การเปิดบัญชี

PhatraEdge มี 2 ประเภทบัญชี ได้แก่
• Post-Paid account บัญชีเงินสด และ
• Pre-Paid account บัญชีฝากเงิน

ข้อแตกต่างระหว่างบัญชีประเภท Post-Paid และ Pre-Paid มีดังนี้ :
• บัญชีประเภท Post-Paid จะต้องวางหลักประกัน 20% จากวงเงินอนุมัติ เพื่อให้ได้วงเงินซื้อหลักทรัพย์ตามที่บริษัทอนุมัติ หลักประกันอาจเป็นได้ทั้งเงินสด หรือหุ้น ในขณะที่บัญชีประเภท Pre-Paid ต้องวางหลักประกันเป็นเงินสด 100%
• การวางหลักประกัน 20% ของบัญชีประเภท Post-Paid จะต้องดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนส่งคำสั่งซื้อหลักทรัพย์ โดยไม่สามารถซื้อหลักทรัพย์ได้เกินวงเงินอนุมัติได้ ซึ่งการอนุมัติวงเงินจะพิจารณาจากข้อมูลหรือหลักฐานแสดงฐานะทางการเงินของลูกค้า ในขณะที่วงเงินซื้อหลักทรัพย์ของบัญชีประเภท Pre-Paid ขึ้นอยู่กับเงินสดที่นำมาฝากไว้
• การชำระราคาซื้อขายหลักทรัพย์ของบัญชีประเภท Post-Paid จะใช้วิธีการตัดเงินจากบัญชีธนาคารอัตโนมัติ (ATS) ในวันที่ T+3 (3 วันทำการนับจากวันที่ซื้อขาย) ส่วนบัญชีประเภท Pre-Paid จะใช้วิธีการหักเงินจากบัญชีหลักทรัพย์ของลูกค้า

ขั้นตอนง่ายๆในการเปิดบัญชี PhatraEdge
1. เข้า www.phatraedge.com ไปที่หัวข้อ “เปิดบัญชี” 
2. เลือกวิธีการขอเอกสารเปิดบัญชี มีให้เลือก 2 ทาง ได้แก่
ก. ดาวน์โหลด - เอกสารเปิดบัญชี (PDF) เพื่อทำการ print และกรอกด้วยมือ
ข. กรอกแบบฟอร์มออนไลน์ - ผ่านทางเว็ปไซด์ ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
3. กรอกรายละเอียดในเอกสารเปิดบัญชีให้ครบถ้วนและเตรียมเอกสารประกอบการเปิดบัญชีที่ระบุไว้ จากนั้นส่งไปรษณีย์มายัง PhatraEdge
ที่อยู่: Phatra Edge (Client Service) บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) ชั้น 8 อาคารสำนักงานเมืองไทย-ภัทร 1 252/6 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

เอกสารที่ใช้ประกอบการเปิดบัญชี จะแบ่งตามประเภทลูกค้าที่ขอเปิดบัญชี มีดังนี้
ก. ประเภทบุคคลธรรมดา
• เอกสารเปิดบัญชี
• สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทาง
• สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่ต้องการให้ตัดบัญชีอัตโนมัติ (ATS)
• สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ใช้สำหรับบัญชีประเภท Post-Paid เท่านั้น)
ข. ประเภทนิติบุคคล
• เอกสารเปิดบัญชี
• สำเนาหนังสือรับรอง วัตถุประสงค์ ของบริษัทที่คัดสำเนาจากกระทรวงพาณิชย์ มีอายุไม่เกิน 3 เดือนย้อนหลังจากวันขอเปิดบัญชี
• สำเนางบการเงินของบริษัทย้อนหลัง 2 ปี
• สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร
• สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนา passport และสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการบริษัทและผู้รับมอบอำนาจ
• รายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด (ในกรณีที่เป็นบริษัทจดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่เฉพาะ 10 อันดับแรก)
• สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ใช้สำหรับบัญชีประเภท Post-Paid เท่านั้น)
หมายเหตุ : รับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารประกอบทุกฉบับ

คุณจะได้รับจดหมายแจ้งผลการเปิดบัญชีทาง e-mail

เมื่อคุณดำเนินการฝากเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้ว กรุณาแจ้งการฝากเงินของคุณได้โดย Fax / E-mail เอกสารการโอนเงินมาที่บริษัท จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเพิ่มวงเงินการซื้อหลักทรัพย์ให้คุณโดยเร็วที่สุด โดยปกติการส่งคำสั่งฝากถอน ก่อน 10.00 น. จะปรากฎยอดที่ส่งคำสั่งในวันทำการรุ่งขึ้น

รายละเอียดบัญชี

ค่าคอมมิชชั่นในการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ต (ส่งคำสั่งซื้อขายโดยลูกค้า) เท่ากับ 0.15% อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่สามารถส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยตัวเองได้ คุณสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์แทนได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 305 9559 ค่าคอมมิชชั่นจะเท่ากับ 0.25% หมายเหตุ : ค่าคอมมิสชั่นขั้นต่ำจะถูกคิดต่อเมื่อมีการซื้อขายเกิดขึ้นอย่างน้อยหนึ่งรายการระหว่างวัน ค่าธรรมเนียมนี้เริ่มต้นที่ 50 บาทต่อวัน

รายการค่าธรรมเนียมต่างๆ มีดังนี้
ค่าใช้จ่ายในการเปิดบัญชี ในกรณีที่มีการมอบอำนาจ
• ค่าอากรแสตมป์ 30 บาท
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับหลักทรัพย์
• ฝากหุ้น : ไม่มีค่าใช้จ่าย
• โอนหุ้นเข้า : ไม่มีค่าใช้จ่าย
• โอนหุ้นออก : 100 บาทต่อหลักทรัพย์
• ออกใบหุ้น : 100 บาทต่อหลักทรัพย์
• แปลงสภาพหุ้น : 100 บาทต่อรายการ
(Local to Foreign หรือ Foreign to Local)
ค่าใช้จ่ายเมื่อมีการผิดนัดชำระ
• 1-2 วันแรก : ค่าปรับ 500 บาทต่อวัน และดอกเบี้ยปรับ 18% ต่อปี
• วันที่ 3 ขึ้นไป : ค่าปรับ 1,000 บาทต่อวัน และดอกเบี้ยปรับ 18% ต่อปี
อื่นๆ
• เอกสารแสดงรายการหลักทรัพย์ : 100 บาท
• ข้อมูลคำสั่งซื้อขายย้อนหลัง : 100 บาท
หมายเหตุ : ค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ค่าปรับ 1,000 บาทต่อวัน และดอกเบี้ย 18% ต่อปี

เงินสดที่วางเป็นหลักประกันจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่บริษัทกำหนด ปัจจุบันคือ 0.70% ต่อปี โดยบริษัทกำหนดจ่ายทุก 6 เดือน โดยจำนวนดอกเบี้ยที่นำเข้าบัญชีของท่านเป็นจำนวนสุทธิหลังหักภาษี ณ ที่จ่าย (15%) แล้ว

การบริหารบัญชี

Username และ Password เป็นรหัสสำหรับการ Log-in หน้าเว็บไซต์ของ PhatraEdge เพื่อตรวจสอบว่าผู้ใช้รหัสดังกล่าวเป็นเจ้าของบัญชี

PIN ID ใช้สำหรับการส่งคำสั่งซื้อขายเพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นคำสั่งจากเจ้าของบัญชี นอกจากนี้ PIN ID ยังใช้สำหรับการตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวและสัดส่วนการลงทุนใน Portfolio & Account รวมถึงเป็นรหัสผ่านสำหรับการแจ้งโอน ฝาก และถอนเงินหรือหุ้นในฟังก์ชั่น Transfer & Withdrawals

ท่านสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลรหัสผ่าน (Password) หรือ PIN ID โดยการ Login แล้วเข้าไปที่ Client Service - Account Setting ท่านควรเก็บรักษารหัสส่วนตัวดังกล่าวและไม่เปิดเผยให้กับบุคคลอื่น เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลในบัญชีซื้อขายของท่าน

ท่านต้องติดต่อ PhatraEdge Client Associate ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2 305 9559 ทันที เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลบัญชีจะออกรหัสผ่าน (Password) หรือ PIN ID ให้ท่านใหม่ทดแทนหลังจากตรวจสอบแล้วว่าเจ้าของบัญชีเป็นผู้แจ้งความประสงค์ทั้งนี้ ท่านจะต้องเปลี่ยนรหัสที่เจ้าหน้าที่ออกทดแทนให้ เป็นรหัสส่วนตัวของท่านเองทันทีหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

ท่านต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ PhatraEdge Client Associate เพื่อทำปลดล็อครหัสผ่านหรือตั้งรหัสให้ใหม่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบว่าได้รับแจ้งจากเจ้าของบัญชีเท่านั้นจึงจะสามารถตั้งรหัสใหม่ให้ได้ ทั้งนี้ท่านจะต้องเปลี่ยนรหัสที่เจ้าหน้าที่ออกทดแทนให้ เป็นรหัสส่วนตัวของท่านเองทันทีหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

การฝาก ถอน และโอนหลักทรัพย์

สำเนาบัตรประชาชน ซึ่งลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง1 ชุด

หมายเหตุ : การรับรองสำเนากรุณาระบุ เพื่อทำธุรกรรมกับ TSD เท่านั้น
กรณีที่วันหมดอายุของบัตรประชาชนเป็นตลอดชีพ กรุณาแนบสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

1. กรณีผู้โอนและหรือผู้รับโอนเป็นลูกค้าของบริษัท
เอกสารประกอบ สำเนาบัตรประชาชนของผู้โอน และหรือ ผู้รับโอน

2. กรณีผู้โอนและ/หรือผู้รับโอนไม่ได้เป็นลูกค้าของบริษัท
เอกสารประกอบ บัตรประชาชนตัวจริง และสำเนาบัตรประชาชน / หนังสือรับรองที่ออก โดยสำนักงานเขต/อำเภอฉบับจริง

3. กรณีมีการลงนามสลักหลังของผู้โอนและผู้รับโอนหลายทอด
เอกสารประกอบ ยื่นเอกสารตาม 1 หรือ 2 แล้วแต่กรณีในทุก ๆ ทอด ที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ยังไม่ได้รับรองการจดทะเบียนการโอนหลักทรัพย์


หมายเหตุ : การรับรองสำเนากรุณาระบุ เพื่อทำธุรกรรมกับ TSD เท่านั้น
กรณีที่วันหมดอายุของบัตรประชาชนเป็นตลอดชีพ กรุณาแนบสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

ลูกค้าสามารถขอถอนและออกใบหลักทรัพย์ ได้โดยต้องระบุชื่อลูกค้าเจ้าของบัญชีเท่านั้น ไม่สามารถออกใบหลักทรัพย์เป็นชื่อบุคคลอื่นได้ โดยจะได้รับใบหลักทรัพย์ภายหลังจากที่ยื่นคำขอถอนหลักทรัพย์ภายใน 30 วัน

เอกสาร
1. แบบคำขอถอนใบหลักทรัพย์ของบริษัท
2. แบบคำขอถอนหลักทรัพย์ของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
3. สำเนาบัตรประชาชน ซึ่งลงนามรับรองถูกต้อง 1 ชุด

หมายเหตุ : การรับรองสำเนากรุณาระบุ เพื่อทำธุรกรรมกับ TSD เท่านั้น
กรณีที่วันหมดอายุของบัตรประชาชนเป็นตลอดชีพ กรุณาแนบสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

บริษัทจะสามารถดำเนินการโอนหลักทรัพย์ตามคำสั่งของลูกค้าในระบบไร้ใบหลักทรัพย์ (Scripless) เฉพาะกรณีที่ลูกค้าโอนให้กับตนเอง คู่สมรส บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือตามคำสั่งศาล
ในกรณีที่ลูกค้าต้องการโอนหลักทรัพย์ไปยังบุคคลอื่น นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ลูกค้าสามารถดำเนินการได้โดยการถอนและออกใบหลักทรัพย์พร้อมลงนามสลักหลังให้แก่ผู้รับโอนได้

บริษัทจะสามารถดำเนินการได้โดยที่ชื่อผู้โอน/ผู้รับโอนต้องตรงกับชื่อของลูกค้าเจ้าของบัญชีเท่านั้น
เอกสาร
1. แบบคำขอถอนใบหลักทรัพย์ของบริษัท
2. แบบคำขอถอนหลักทรัพย์ของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
3. สำเนาบัตรประชาชน ซึ่งลงนามรับรองถูกต้อง 1 ชุด

การซื้อ-ขาย

หากยังมีคำสั่งใดที่ไม่ถูกจับคู่จนถึงเวลาตลาดหลักทรัพย์ปิดทำการ ระบบจะยกเลิกคำสั่งดังกล่าวโดยอัตโนมัติ โดยท่านไม่จำเป็นต้องยกเลิกคำสั่งด้วยตนเอง

คุณสามารถส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ในช่วงที่ตลาดปิดทำการได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 16.45 น. เป็นต้นไป โดยคำสั่งซื้อ-ขายของท่านนี้จะถูกเก็บบันทึกที่บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน) ก่อนที่จะถูกส่งไปยังตลาดหลักทรัพย์ในเช้าวันทำการถัดไป